2008/May/07

บันทึกฉบับที่ 63

ความจริงกับความฝัน คุณว่ามันต่างกันแค่ไหน

หลายครั้งที่ชีวิตเกิดคำถาม กับเรื่องราวในชีวิตและสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

รวมไปถึงความเป็นไปที่เป็นอยู่และกำลังจะเกิดขึ้น

.

ความจริง ยังไง๊ ยังไง มันก็คือความจริง จับต้องและสัมผัสได้

มีอยู่จริงและทุกคนเชื่อว่ามีจริง อาจไม่จำเป็นต้องใช้จินตนาการสูงในการมองและรับรู้

.

ความฝัน ยังไง๊ ยังไง มันก็คือความฝัน จับต้องและสัมผัสได้ยาก

มีอยู่จริงรึป่าวไม่รู้ ใช้จินตนาการสูงในการเข้าถึง

.

แล้วมีความเป็นไปได้แค่ไหน ที่จะให้โลกความจริงกับโลกความฝันมันมาเชื่อมต่อกัน

"ทำความฝันให้เป็นความจริง" ใครๆก็คงเคยได้ยินคำนี้

.

เรื่องราวในชีวิตที่กำลังดำเนินไปอย่างลุ่มๆดอนๆของมัน

ทุกอย่างเป็นไปตามแบบที่มันควรจะเป็น และในบางครั้งก็เลือกที่จะให้มันเป็น

.

เคยเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปบ้างมั๊ย ในแง่ที่ว่าเราเลือกเองนะ

บอกกับตัวเองว่านี่แหละคือสิ่งที่ฉันเลือกเดินเอง

รู้ทั้งรู้ว่าเอาอารมณ์ให้อยู่เหนือเหตุผล แล้วสุดท้ายก็หาเหตุผลต่างๆมาหว่านล้อม

ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า สิ่งที่ฉันเลือกกระทำมันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

แต่สุดท้ายกลับต้องมาเสียดาย เสียใจกับสิ่งที่เราเลือกเอง

แม้จะพยายามบอกกับตัวเองว่า เฮ้ย !! เราเลือกเอง เราต้องไม่เสียใจกับสิ่งที่เราเลือกดิ

น้ำตาแทบไหลเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ได้คุยกับพี่ชายที่อบอุ่นและแสนดีคนนึง

"อยากร้องก็ร้องสิ ไม่เห็นเป็นไรเลย ทำไมเราต้องไปกดดันตัวเองด้วย"

นั่นสิเนอะ..น้ำตาไหลมากมายในวันนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เกิดขึ้นได้จากคำพูดของพี่บอย

"ยิ้มนะ ให้เหมือนต้มในรูป" ขอบคุณนะคะพี่บอย U r such a good guy !!

.

เรื่องราวจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ผ่านมาเกือบปีแล้ว แข็งแรงขึ้น แต่ก็เหมือนมันยังอยู่ในใจ

ทุกครั้งที่ผ่านไป ใจก็จะนึกเสียดายอยู่ตลอดเวลา "เราทำอะไรลงไปวะ"

นึกขึ้นมาน้ำตาก็จะไหล แต่เอาน่า วันนั้นเราเลือกที่จะเดินจากมาเอง

ที่ผ่านมาคิดซะว่า...ก็แค่ "ผิดที่ ผิดเวลา" มันอาจไม่ใช่ทางของเรา

แม้มันคือฝันที่แค่เขย่งปลายเท้านิดเดียวก็ถึงแล้ว แต่ก็หันหลังกลับในทันที

ไม่ใช่แค่หยุดเดินหรือหยุดพัก แต่หันกลับและวิ่งหนี วิ่งไปให้ไกล ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเป็นคนขี้แพ้

แค่ล้มลงกลางทางก็ไม่คิดจะเดินแล้ว แต่อย่างที่บอกไป เหตุผลมันมี หรืออาจแค่ปลอบใจตัวเอง

สุดท้ายก็ยังรู้สึก "เสียใจ" กับสิ่งที่เราเลือกเองอยู่ดี

.

กับวันนี้ เดินต่อได้ แข็งแรงพอ (รึป่าว) บอกตัวเองว่า "Move on"

ยังไม่คิดจะทิ้งฝัน แต่ทางไปสู่ฝันคงมีอีกหลายทาง

คำว่า Master Degree คงไม่ได้มาตัดสินและกำหนดทุกอย่าง

ลาก่อนนะ

"ปริญญาโทการละคร หลักสูตรในฝัน"

 

 
ขอบคุณความทรงจำดีๆที่เกิดขึ้น ณ รั้วจามจุรี
ขอบคุณมิตรภาพดีๆจากชาวละครที่ยังมีให้กันอยู่
ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาหนึ่งที่ให้เราได้เข้าไปเรียนรู้ชีวิต
ขอบคุณจริงๆจากหัวใจ
ขอบคุณ